การชุมนุมเพื่อให้กำลังใจผู้ชุมนุมที่ถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

สถานการณ์ชุมนุมระหว่างวันที่ 6 – 19 ธันวาคม 2563
@nan

# รายงานสถานการณ์ชุมนุมระหว่างวันที่ 6 – 19 ธันวาคม 2563: การชุมนุมให้กำลังใจผู้ชุมนุมที่ถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

ช่วงระหว่างวันที่ 6 - 19 ธันวาคม 2563 เกิดการชุมนุมขึ้นอย่างน้อย 6 ครั้ง น้อยกว่าการชุมนุมช่วงสองสัปดาห์ก่อนหน้า ช่วงเวลาดังกล่าวไม่มีการชุมนุมใหญ่ที่มีผู้ชุมนุมจำนวนตั้งแต่ 1,000 คนขึ้นไป โดยลักษณะการชุมนุมส่วนใหญ่เป็นการชุมนุมร่วมตัวกันเพื่อให้กำลังใจผู้ชุมนุมที่ถูกดำเนินคดีตามสถานีตำรวจในพื้นที่ต่างๆ ขณะที่การคุกคามผู้ชุมนุมโดยการดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มีเพิ่มมากขึ้น

# ชุมนุมให้กำลังใจผู้ที่ถูกดำเนินคดี 112

การดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หรือ “คดีหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์” ต่อผู้ชุมนุมจำนวนมาก ทำให้มีการนัดชุมนุมเพื่อให้กำลังใจผู้ที่ถูกดำเนินคดีจากมาตราดังกล่าวตามสถานีตำรวจในพื้นที่ต่างๆ โดยระหว่างวันที่ 6 - 19 ธันวาคม 2563 มีการชุมนุมในลักษณะนี้จำนวน 4 ครั้ง เช่น วันที่ 17 ธันวาคม ที่สถานีตำรวจนครบาลยานนาวา ผู้ชุมนุมนัดแนะกัน “แต่งชุดไทย” ไปให้กำลังใจผู้ที่ถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 เนื่องจากแต่งชุดไทยเข้าร่วมการชุมนุมเมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2563

@nan

นอกจากนี้ ยังเกิดปฏิกิริยาต่อเนื่องจากความพยายามในการดำเนินคดี ตามมาตรา 112 โดยวันที่ 10 ธันวาคม มีการนัดชุมนุมเพื่อยื่นหนังสือต่อองค์การสหประชาชาติเพื่อรณรงค์ให้ยกเลิกการใช้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

@Nazs

สำหรับช่วงเวลาระหว่างวันที่ 6 - 19 ธันวาคม 2563 มีการดำเนินคดีตามมาตรา 112 ต่อผู้ชุมนุมอย่างน้อย 24 คน โดยการกระทำที่เป็นเหตุให้ถูกดำเนินคดีส่วนใหญ่จะเป็นการปราศรัยในที่ชุมนุมจากช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ผู้ที่ถูกดำเนินคดีส่วนใหญ่จึงเป็นแกนนำในการชุมนุมนั้น เช่น อานนท์ นำภา และ ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล และมักแจ้งข้อกล่าวหาเกินกว่าหนึ่งคดี นอกจากนี้ ยังมีผู้เข้าร่วมชุมนุมโดยทั่วไปและเยาวชนอายุ 16 ปีที่ถูกแจ้งข้อหาด้วยมาตรา 112 อีกด้วย

รายละเอียดการแจ้งข้อกล่าวหาในช่วงวันที่ 6-19 ธันวาคม 2563 มีดังนี้

8 ธันวาคม 2563 ที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล ณวรรษ เลี้ยงวัฒนา วัชรากร ไชยแก้ว ชลธิศ โชติสวัสดิ์ เบนจา อะปัญ กรกช แสงเย็นพันธ์ อัครพล ตีบไธสง โจเซฟ (นามสมมุติ) และ ชนินทร์ วงษ์ศรี รับทราบข้อกล่าวหาจากการ ชุมนุมและอ่านแถลงการณ์หน้าสถานทูตเยอรมนี เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2563

@orange_no5

8 ธันวาคม 2563 ที่ สน.ชนะสงคราม สมยศ พฤษาเกษมสุข และ จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา รับทราบข้อกล่าวหาจากการปราศรัยในประเด็นสถาบันกษัตริย์ จากการชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2563

@MayPetcharat

8 ธันวาคม 2563 ที่ สภ.เมืองนนทบุรี พริษฐ์ ชิวารักษ์ ภาณุพงศ์ จาดนอก และ ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล รับทราบข้อกล่าวหาจากการปราศรัยถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ ในเวทีชุมนุม #คนนนท์ไม่ทนเผด็จการ (opens new window) ที่ท่าน้ำนนทบุรี เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2563

@anon2475

16 ธันวาคม 2563 ที่ สน.สำราญราษฎร์ อานนท์ นำภา รับทราบข้อกล่าวหาจากการปราศรัยถึงรัชกาลที่ 10 ในเหตุการณ์ “ชุมนุมม็อบ 14 ตุลา” บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2563

@Nazs

16 ธันวาคม 2563 ที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิด เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) อานนท์ นำภา รับทราบข้อกล่าวหา จากกรณีเขียนและโพสต์จดหมาย #ราษฏรสาสน์ ถึงกษัตริย์รัชกาลที่ 10 เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2563

@Pim

16 ธันวาคม 2563 ที่ สน.บางโพ อานนท์ นำภา รับทราบข้อกล่าวหา จากการปราศรัยในการ ชุมนุม #กูสั่งให้มึงอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ หรือ #ม็อบ17พฤศจิกา หน้ารัฐสภาเกียกกาย เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2563

@gun_sangtong

17 ธันวาคม 2563 ที่ สน.บางโพ ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล ทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ ชนินทร์ วงษ์ศรี และ เกียรติชัย ตั้งภรณ์พรรณ รับทราบข้อกล่าวหา จากกรณีการชุมนุม #ไปสภาไล่ขี้ข้าศักดินา ที่หน้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2563

@gun_sangtong

17 ธันวาคม 2563 ที่ สน.ยานนาวา ผู้ถูกกล่าวหา 2 คน ได้แก่ จตุพร แซ่อึง และ สายชล (นามสมมติ) เยาวชนอายุ 16 ปี รับทราบข้อกล่าวหาจากการแต่งกายด้วยชุดไทยสีชมพูเดินบนพรมแดง และจากการใส่เสื้อเอวลอยสีดำโดยที่ผิวหนังด้านหลังปรากฏข้อความเป็นพระนามของรัชกาลที่ 10 ในการเข้าร่วมการ ชุมนุมที่สีลมและเดินแฟชั่นโชว์ เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2563

@Abdulhakeem

18 ธันวาคม 2563 ที่ สน.ลุมพินี สิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ ชูเกียรติ แสงวงค์ ธานี สะสม และ_ชินวัตร จันทร์กระจ่าง_ รับทราบข้อกล่าวหาจากกรณีการ ชุมนุม #18พฤศจิกาไปราษฎรประสงค์ ที่บริเวณแยกราชประสงค์และหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2563

@gun_sangtong

# ชุมนุมเรียกร้องสิทธิแรงงานและสิทธิของคนพิการ

นอกจากนี้ การชุมนุมในช่วงนี้ยังได้มีการขยายไปสู่การเรียกร้องในประเด็นอื่นๆ เพิ่มเติมจากข้อเรียกร้อง 3 ข้อหลักของคณะราษฎร

วันที่ 8 ธันวาคม 2563 มีการชุมนุมของคนขับ หรือ ‘พาร์ทเนอร์’ ของบริษัทแกร็บ (Grab) เพื่อเรียกร้องสิทธิแรงงานที่เป็นธรรม โดยมีผู้เข้าร่วมการชุมนุมเริ่มรวมกลุ่มกันที่หน้าตึกธนภูมิ สำนักงานใหญ่ของบริษัทแกร็บ ผู้เข้าร่วมการชุมนุมเริ่มปราศรัยถึงปัญหาในการทำงานและความไม่เป็นธรรมของสวัสดิการของบริษัท รวมถึงยื่นหนังสือแก่ผู้บริหารเพื่อเรียกร้องใน 3 ประเด็นหลัก คือ

  1. ค่าตอบแทน
  2. กติกาการทำงาน
  3. ช่องทางรับข้อร้องเรียน

โดยต้องบริหารจัดการอย่างเป็นธรรม อย่างไรก็ตามผู้บริหารไม่ได้ลงมารับหนังสือข้อเรียกร้องดังกล่าว กลุ่มผู้เข้าร่วมการชุมนุมจึงยื่นหนังสือฉบับแรกถึงสุเทพ อู่อ้น ประธานกรรมาธิการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎรแทน

ต่อมากลุ่มผู้เข้าร่วมชุมนุมได้เคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาลเพื่อยื่นจดหมายฉบับที่ 2 ถึงสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้องให้รัฐเข้ามาเป็นตัวกลางในการเจรจาระหว่างบริษัทแกร็บกับกลุ่มพาร์ทเนอร์ โดยมีสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เป็นคนมารับจดหมายก่อนจะยุติการชุมนุม โดยตลอดการชุมนุมมีผู้เข้าร่วมประมาณ 150 คน

วันที่ 10 ธันวาคม 2563 มีการชุมนุมเรียกร้องสิทธิให้กับผู้พิการ ที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยมีผู้เข้าร่วมการชุมนุมประมาณ 100 คนและมีการปราศรัยถึงสิทธิของผู้พิการ พร้อมกับเสนอข้อเรียกร้อง 6 ข้อเพื่อให้ผู้พิการมีสิทธิและเข้าถึงโอกาสอย่างเท่าเทียมกับบุคคลทั่วไป คือ

  1. รัฐต้องคุ้มครองผู้พิการอย่างแท้จริง เช่น การศึกษาของผู้พิการต้องได้เรียนฟรีถึงปริญญาตรี
  2. รัฐต้องกำหนดให้สิทธิเรียนฟรีอยู่ในรัฐธรรมนูญในหมวดผู้พิการ
  3. รัฐต้องเตรียมพร้อมในการจัดรถเข็นและอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการอย่างเท่าเทียมและรวดเร็ว
  4. รัฐต้องจัดให้มีระบบบริการขนส่งสาธารณะที่เอื้อให้ผู้พิการเดินทางได้สะดวกและปลอดภัย
  5. รัฐต้องจัดเตรียมสถานประกอบอาชีพให้กับผู้พิการ
  6. ตลาดเอกชนต้องมีพื้นที่ให้ผู้พิการสามารถประกอบอาชีพ

ทั้งนี้การชุมนุมของกลุ่มผู้พิการมีการขออนุญาตทำกิจกรรมอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

@nan

# คุกคามการจัดกิจกรรมของนักศึกษา ช่วงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เสด็จมอบปริญญาภาคเหนือ-อีสาน

ช่วงเดือนธันวาคม 2563 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี มีกำหนดการเสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากหลายมหาวิทยาลัยในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เริ่มตั้งแต่มหาวิทยาลัยราชภัฏในเขตภาคเหนือที่จังหวัดเชียงใหม่ จนถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือตั้งแต่มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

การเสด็จของรัชกาลที่ 10 ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ต่างๆ เข้าติดตามความเคลื่อนไหวของนักศึกษา อาจารย์มหาวิทยาลัย นักกิจกรรม และประชาชนหลายราย รวมทั้งทนายความจากเครือข่ายศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน โดยศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการติดตามประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืออย่างน้อย 30 ราย โดยเจ้าหน้าที่ย้ำว่าไม่อยากให้ทำกิจกรรมใดๆ ในช่วงที่มีการเสด็จในจังหวัดเชียงใหม่

ในขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีรายงานเช่นกันว่านักศึกษาและนักกิจกรรมทางการเมืองถูกเจ้าหน้าที่ติดตามตัว และพูดคุยเพื่อไม่ให้ทำการเคลื่อนไหวในช่วงที่มีการรับปริญญา นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังบุกไปติดตามเหล่านักศึกษาถึงบ้านจนสร้างความหวาดกลัวให้กับคนในครอบครัวของคนที่ถูกติดตาม