ประมวลสถานการณ์การชุมนุมมกราคม 2564

สถานการณ์การชุมนุมตลอดเดือนมกราคม 2564
@gun_sangtong

# รายงานสถานการณ์การชุมนุมเดือนมกราคม 2564

ก้าวเข้าสู่ปี 2564 ประเทศไทยยังคงอยู่ภายใต้สถานการณ์การล็อคดาวน์อย่างกลายๆ อันเป็นผลจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด - 19 ระลอกที่สอง การชุมนุมเพื่อแสดงออกทางการเมืองต้องหยุดชะงักไปเช่นเดียวกับช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด - 19 ระลอกแรก แต่กลุ่มกิจกรรมมต่างๆ ยังคงเดินหน้าเรียกร้องในประเด็นสำคัญอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มที่การชุมนุมจะขยายไปยังประเด็นทางสังคมอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นเรื่องนโยบายการจัดหาวัคซีน มาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด - 19 หรือการให้กำลังใจผู้ที่ถูกจับกุมและถูกดำเนินคดีทางการเมือง เพื่อแสดงออกถึงความไม่เห็นด้วยในการใช้คดีปิดปากผู้ที่ใช้สิทธิและเสรีภาพต่างๆ ที่รัฐมีหน้าที่ส่งเสริมการใช้สิทธิและเสรีภาพดังกล่าว

@gun_sangtong

# การชุมนุม 47 ครั้ง กับคดีที่ไม่น้อยกว่า 7 คดี

จากการติดตามและสังเกตการณ์การชุมนุมตั้งแต่วันที่ 1 - 31 มกราคม 2564 มีการชุมนุมเกิดขึ้นไม่น้อยกว่า 47 ครั้งทั่วประเทศ โดยแบ่งเป็น การชุมนุมในพื้นที่กรุงเทพมหานครจำนวน 35 ครั้ง ปทุมธานีและร้อยเอ็ดจำนวนสี่ครั้ง สมุทรปราการสองครั้ง (เป็นการเคลื่อนขบวนจากกรุงเทพมหานคร) ราชบุรีหนึ่งครั้ง (เป็นการเคลื่อนขบวนเข้ากรุงเทพมหานคร) อุบลราชธานี ชัยภูมิและชลบุรีหนึ่งครั้ง จากการชุมนุมทั้งหมด 47 ครั้ง มีเจ็ดครั้งที่มีการดำเนินคดีหลังจากการจัดกิจกรรม โดยข้อกล่าวหาหลักยังคงเป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนดเรื่องห้ามการชุมนุมตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เป็นคดีที่มีโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ยังมีข้อกฎหมายใหม่ที่ถูกใช้ในการดำเนินคดีจากการใช้เสรีภาพในการแสดงออก คือ ข้อหาตามพระราชบัญญัติธง พ.ศ. 2522 จากการชุมนุมที่สภ.คลองหลวงเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2564 รวมทั้งข้อกฎหมายเดิมที่ใช้ผิดวัตถุประสงค์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า คือ พ.ร.บ.ความสะอาดฯ ก็ถูกใช้อีกสองครั้ง จากการชุมนุมของกลุ่มนักเรียนเลวเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2564 และการใช้รถยนต์เก่าจากการชุมนุมของแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2564

@Tangmobm

# การชุมนุมทั้งเจ็ดครั้งที่มีการดำเนินคดีหลังจากการจัดกิจกรรม

  1. การชุมนุมของกลุ่มขอคืนไม่ได้ขอทาน ในวันที่ 4 มกราคม 2564 ณ ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพฯ โดยวัตถุประสงค์ของการชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลคืนเงินเบี้ยคนชรา ทำให้โดนข้อหากีดขวางทางจราจร

  2. การชุมนุมของกลุ่มขอคืนไม่ได้ขอทาน ในวันที่ 4 มกราคม 2564 ณ ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพฯ โดยวัตถุประสงค์ของการชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลคืนเงินเบี้ยคนชรา ทำให้โดนข้อหาละเมิด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

  3. การชุมนุมของกลุ่มนักเรียนเลว ในวันที่ 8 มกราคม 2564 ณ กระทรวงศึกษาธิการ กรุงเทพฯ ลักษณะกิจกรรมคือการเรียนออนไลน์หน้ากระทรวงฯ ทำให้โดนปรับตามพ.ร.บ.ความสะอาดฯ

    @gun_sangtong

  4. การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ในวันที่ 11 มกราคม 2564 ณ สภ.คลองหลวง ปทุมธานี เป็นกิจกรรมให้กำลังใจผู้ที่ถูกดำเนินคดี ทำให้โดนปรับตามพ.ร.บ.ความสะอาดฯ เนื่องจากใช้รถยนต์เก่า

  5. การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ในวันที่ 15 มกราคม 2564 ณ สภ.คลองหลวง ปทุมธานี เป็นกิจกรรมให้กำลังใจผู้ที่ถูกดำเนินคดี ทำให้โดนข้อหาละเมิดพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ พ.ร.บ.ธงชาติ และการใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต

    @Tangmobm

  6. การชุมนุมของกลุ่มการ์ดปลดแอก ในวันที่ 16 มกราคม 2564 บริเวณเกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กรุงเทพฯ ในประเด็นรณรงค์ยกเลิกมาตรา 112 ทำให้โดนข้อหาละเมิดพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ

  7. การชุมนุมของกลุ่มการ์ดปลดแอก ในวันที่ 16 มกราคม 2564 บริเวณสามย่านมิตรทาวน์ กรุงเทพฯ โดยเรีกร้องให้ปล่อยตัวผู้ที่ถูกจับกุม ทำให้โดนข้อหาละเมิดพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ

@MayPetcharat

# เรียกร้องประเด็นโควิด 19 : เงินเยียวยาและวัคซีน

เดือนมกราคม 2564 “ราษฎร” กลุ่มที่มีบทบาทหลักในการนัดหมายการชุมนุมได้ประกาศ “พักการชุมนุมใหญ่” เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด - 19 ขณะที่ผู้ชุมนุมมีการปรับเปลี่ยนวิธีการแสดงออกเป็นการแขวนป้ายผ้าตามที่สาธารณะ แต่ยังมีการนัดหมายชุมนุมขนาดย่อมอย่างต่อเนื่อง จากเครือข่ายนักกิจกรรมอื่นๆ เนื่องจากเดือนมกราคม นักกิจกรรมส่วนใหญ่ต้องไปรายงานตัวเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในคดีทางการเมืองทั้งที่เกิดขึ้นจากการชุมนุมและเหตุอื่นๆ ทำให้มีการชุมนุม 15 ครั้งจากจำนวน 47 ครั้ง มีลักษณะเป็นการชุมนุมเพื่อให้กำลังใจนักกิจกรรมและผู้ที่ถูกดำเนินคดีตามสน.ต่างๆ เช่น การรวมพลให้กำลังใจภัสราวลีและพงศธร แกนนำราษฎรที่สน.พหลโยธินเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2564

@anon2475

ข้อเรียกร้องหลักของการชุมนุมในเดือนมกราคม 2564 หนีไม่พ้นเรื่องโควิด - 19 โดยการชุมนุม 19 ครั้งจากจำนวน 47 ครั้งเป็นการชุมนุมที่เกี่ยวข้องกับบทบาทของรัฐในช่วงเวลานี้ เปรียบเทียบการชุมนุมเพื่อเรียกร้องการเยียวยาจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด - 19 ระลอกแรกในช่วงเดือนมิถุนายน 2563 กับระลอกสองในเดือนมกราคม จะเห็นได้ว่า กลุ่มที่เคยออกมาเรียกร้องยังคงเดินหน้าเรียกร้องอย่างต่อเนื่อง เช่น "กลุ่มขอคืนไม่ได้ขอทาน" ที่ยังยืนยันว่า สำนักงานประกันสังคมจะต้องนำเงินบำนาญชราภาพมาใช้ในการเยียวยาแรงงานเป็นการเฉพาะหน้าก่อน ข้อเรียกร้องนี้มีมาเป็นเวลา 8 เดือน แต่ยังไม่ประสบผล

อีกกลุ่มคือ เครือข่ายแรงงานจากที่ต่างๆ เช่น สหภาพแรงงานสิ่งทอฯและสหภาพแรงงานย่านรังสิตและพื้นที่ใกล้เคียง ที่เคยเรียกร้องให้รัฐบาลเยียวยาเงินให้แก่แรงงานอย่าง “ถ้วนหน้า” ในเดือนมกราคม 2564 พวกเขาก็ต้องออกมาเน้นย้ำข้อเรียกร้องถึงการเยียวยาถ้วนหน้าที่ “ไม่ต้องพิสูจน์ความจน” อีกครั้ง แต่ในรอบนี้การเคลื่อนไหวของกลุ่มแรงงานมีผู้เรียกร้องหน้าใหม่ เช่น สหภาพแรงงานนักออกแบบฯ ศิลปินและเยาวชน ที่ได้รับความเดือดร้อนจากวิกฤติเศรษฐกิจเข้าร่วมด้วย

@nan

ข้อเรียกร้องเรื่องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ฯ มีความเกี่ยวข้องกับสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด - 19 โดยมีการตั้งคำถามเรื่องการนำพระราชทรัพย์อันเป็นสมบัติแผ่นดินโอนเป็นสมบัติส่วนพระองค์และความสมเหตุสมผลของการนำภาษีประชาชนไปใช้ในกิจการที่เกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์ฯ ซึ่งเป็นเรื่องที่ค่อนข้างห่างไกลจากประชาชนทั่วไป แต่เมื่อไทยต้องประสบกับวิกฤติโควิด - 19 ระลอกที่สอง ประเด็นงบประมาณของสถาบันกษัตริย์ฯ กลายเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวขึ้น เครือข่ายแรงงานเรียกร้องให้ตัดงบประมาณของสถาบันกษัตริย์ฯ และงบประมาณของกองทัพเพื่อใช้ในการเยียวยาประชาชน

แม้ในตอนแรก "ราษฎร" ประกาศจะไม่นัดชุมนุมใหญ่ แต่เมื่อสังคมประสบปัญหาอย่างหนัก การชุมนุมที่ประกาศโดยราษฎรจึงมีขึ้นเป็นครั้งแรกของปีในวันที่ 22 มกราคม 2564 ที่กระทรวงการคลัง เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเยียวยาประชาชนแบบถ้วนหน้า การชุมนุมครั้งนี้ราษฎร นำโดย ภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ และเครือข่ายแรงงาน ซึ่งไมค์ได้ปรากฏตัวอย่างต่อเนื่องในการชุมนุมของกลุ่มแรงงาน ก่อนหน้านี้ในเดือนมิถุนายน 2563 เขาเคยเข้าร่วมเรียกร้องกับกลุ่มแรงงานให้ยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และการเยียวยาคนละ 5,000 บาท ให้กับทุกคนจนถึงสิ้นปี 2563 แต่ข้อเรียกร้องดังกล่าวไม่ประสบผล

@nan

นอกจากนี้ยังมีเรื่องการจัดหาวัคซีนที่ พริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน ตั้งข้อสังเกตถึงความล่าช้าและความไม่โปร่งใสต่อสาธารณะเรื่องการจัดหาวัคซีนอันเกี่ยวพันกับบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ ที่มีพระมหากษัตริย์ถือหุ้นอยู่ 100% สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เรื่องที่เคยเป็นรายละเอียดบนเวทีปราศรัยกลายเป็นประเด็นที่เชื่อมโยงกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมโดยมีโควิด - 19 เป็นตัวเร่งให้ประเด็นเหล่านี้ชัดเจนยิ่งขึ้น

@Muzz92

# ปราบปรามหนักหลังชักธงแดง 112 ที่สภ.คลองหลวง

หลังจากตำรวจใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมในเดือนตุลาคม 2563 ก็ไม่สามารถปราบปรามหรือหยุดยั้งการชุมนุมได้ อีกทั้งแนวโน้มการชุมนุมยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้รัฐเปลี่ยนรูปแบบการปราบปรามด้วยกำลังเป็นการปล่อยให้จัดการชุมนุมจนเสร็จสิ้นและดำเนินคดีตามหลัง อย่างไรก็ตามยังมีการใช้กำลังปราบปรามผู้ชุมนุมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับกลุ่ม We Volunteer อย่างน้อยสามครั้ง คือ การชุมนุมที่หน้ารัฐสภาเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 และการเก็บกู้ลวดหนามที่อุรุพงษ์เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2563 และ #ม็อบย่างกุ้ง ช่วยเกษตรกรที่สนามหลวงเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2563

ในเดือนมกราคม 2564 ยังคงมีการใช้กำลังตำรวจเข้าสลายการชุมนุมไม่น้อยกว่าห้าครั้ง โดยสองครั้งแรกเป็นการสลายการชุมนุมของกลุ่มขอคืนไม่ได้ขอทาน กิจกรรมของกลุ่มนี้เป็นการแสดงออกของกลุ่มคนเพียงไม่กี่คน นำโดย บูรณ์ อารยพล และเพื่อน บางครั้งมีเพียงบูรณ์เพียงคนเดียวที่ไปแสดงออกในวันที่ 4 และ 5 มกราคม 2564 บูรณ์และพวกถูกควบคุมตัวโดยตำรวจจากสน.ดุสิต การจับกุมแกนนำในการชุมนุมขนาดเล็กเช่นนี้กลายเป็นการสลายการชุมนุมโดยสภาพ

ตำรวจปล่อยให้บูรณ์และเพื่อนชุมนุมค้างคืนได้หลายวันที่หน้าทำเนียบรัฐบาลและมีการเจรจาหลายครั้ง จนกระทั่งวันที่ 4 มกราคม 2564 จึงตัดสินใจเข้าจับกุมบูรณ์และเพื่อนนรวมสองคน และตั้งข้อกล่าวหาฐานกีดขวางทางสาธารณะที่มีโทษปรับเท่านั้น หลังรับทราบข้อกล่าวหาบูรณ์ยังกลับไปปักหลักชุมนุมต่อ คราวนี้ถูกจับกุมอีกครั้งและตั้งข้อกล่าวหาฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ที่มีโทษหนักขึ้น

@nan

การสลายการชุมนุมโดยใช้กำลังอย่างรุนแรง เริ่มขึ้นสืบเนื่องจากเหตุการณ์วันที่ 14 มกราคม 2564 กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมประกาศรวมพลให้กำลังใจชยพล ดโนทัย หรือ เดฟ ที่ต้องเข้ารายงานตัวที่สภ.คลองหลวง กรณีที่มีการออกหมายจับผิดคน ศาลจังหวัดธัญบุรีได้ออกหมายจับชยพลเป็นผู้ต้องหาร่วมกับสิริชัย นาถึง หรือ ฮิวโก้ ในข้อหามาตรา 112 จากการพ่นสีพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบรมวงศานุวงศ์และป้ายมหาวิทยาลัย แต่วันเวลาเกิดเหตุของคดีนี้ ชยพลอยู่ที่บ้านในจังหวัดสงขลา ในกิจกรรม ณ สภ.คลองหลวงผู้ชุมนุมได้นำ “แพะ” มาใช้ในการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ มีการนำผ้าสีแดงโดยมีข้อความ 112 ไปคลุมไว้ที่ตัวแพะ หลังการรายงานตัวเสร็จสิ้น มีผู้ชุมนุมนำผ้าสีแดงข้อความ 112 ชักขึ้นเสาธงแทนธงชาติหน้าสถานีตำรวจ

ต่อมาวันที่ 16 มกราคม 2564 พล.ต.อ.สุวัฒน์ ยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติแถลงข่าว ทำนองเปิด “ไฟเขียว” ให้ใช้กำลังในการปราบปรามผู้ชุมนุมอันเป็นผลสืบเนื่องจากเหตุการชักธงแดง 112 ที่ทางการเชื่อว่า เป็นการกระทำของกลุ่ม We Volunteer การเผยแพร่รายงานข่าวเกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกันกับช่วงที่กลุ่ม “การ์ดปลดแอก” นัดหมายที่เกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อกางป้ายผ้ายาว 112 เมตร กิจกรรมนี้แม้มีผู้เข้าร่วมไม่มากนัก แต่ตำรวจในเครื่องแบบหลายร้อยนายได้ใช้กำลังเข้าจับกุมและยึดป้ายผ้า โดยอ้างเหตุควบคุมโรคโควิด - 19 และได้ควบคุมตัวผู้ชุมนุมในที่เกิดเหตุสองคน อีกทั้งยังมีหมายเรียกตามมาในภายหลังอีกจำนวนหนึ่ง

ต่อมาผู้ชุมนุมจึงเคลื่อนขบวนไปชุมนุมเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวผู้ที่ถูกควบคุมตัวทั้งสองคนที่หน้าสน.พญาไท ตำรววจได้ยื่นคำขาดว่า หากไม่เลิกกิจกรรมจะนำกำลังพลเข้าล้อม และใช้กำลังตำรวจชุดควบคุมฝูงชนหลายร้อยนายตั้งแถวปิดถนนโดยรอบ เป็นอีกครั้งที่ผู้ชุมนุมยอมถอยแต่ไม่ยอมจำนน กลุ่มผู้ชุมนุมได้นัดรวมตัวอีกครั้งในช่วงเย็นของวันเดียวกันที่บริวเณแยกสามย่าน และตำรวจยังคงระดมกำลังหลายร้อยนายปิดล้อมและกวาดจับอย่างต่อเนื่อง จากการสังเกตการณ์พบว่า ในที่เกิดเหตุมีการควบคุมตัวประชาชนไม่น้อยกว่าสี่คน และมีการควบคุมตัวบรรณาธิการข่าวไทยพีบีเอสซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ก่อนจะปล่อยตัวในเวลาถัดมา

การสลายการชุมนุมขนาดเล็กต่อเนื่องถึงสามครั้งในวันเดียวกันโดยไม่มีเหตุผลและไม่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนของพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ แสดงให้เห็นถึงท่าทีใหม่ของตำรวจที่จะไม่ยอม “ผ่อนปรน” ให้การชุมนุมเกิดขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเป็นการชุมนุมที่เกี่ยวข้องกับประเด็น “มาตรา 112” และประเด็นสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมกับการเฝ้าระวัง “เสาธง” หน้าสถานีตำรวจอย่างเข้มงวดขึ้น เมื่อมีการนัดหมายรวมตัวกัน

และการใช้กำลังเพื่อ “ขีดเส้น” ในการจำกัดเสรีภาพการชุมนุมระลอกใหม่ของตำรวจในเดือนมกราคม 2564 เป็นการตีเส้นที่แทบไม่มีกฎหมายใดรองรับนอกจากการอ้าง “โควิด - 19 ระลอกสอง" ซึ่งเป็นการใช้กฎหมายที่ผิดเจตนารมณ์อย่างชัดเจน

@gun_sangtong